บริบทเศรษฐกิจและทิศทางตลาด
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 เคลื่อนไหวอยู่ภายใต้บริบทเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแบบไม่เท่าเทียมกัน (uneven recovery) โดยได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของ GDP การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ เช่น รถไฟฟ้าสายใหม่และการขยายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่จากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง
ในเชิงอุปทาน ผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ยังคงเป็นผู้นำการเปิดตัวโครงการใหม่ ขณะที่ผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็กบางส่วนเลือกชะลอการเปิดโครงการใหม่หรือปรับพอร์ตไปสู่สินค้าที่มีความต้องการชัดเจนมากขึ้น เช่น บ้านแนวราบระดับกลาง-บน และคอนโดมิเนียมใกล้แนวรถไฟฟ้าที่มีราคาต่อยูนิตเข้าถึงได้
โครงสร้างความต้องการที่เปลี่ยนไป
ความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคไทยยังคงให้ความสำคัญกับทำเลที่เดินทางสะดวก ใกล้ระบบขนส่งมวลชน และโครงการที่พร้อมอยู่ (ready to move) มากกว่าโครงการที่ต้องรอการก่อสร้างเป็นเวลานาน ในขณะเดียวกัน ความต้องการจากผู้ซื้อชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนจากจีน ไต้หวัน และประเทศในภูมิภาคเอเชีย ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยพยุงตลาดคอนโดมิเนียมในบางทำเล เช่น กรุงเทพฯ ตอนกลาง พัทยา และภูเก็ต
- ภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นแรงหนุนหลักของตลาด
- อุปทานใหม่กระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่มากขึ้น
- ความต้องการเน้นทำเลติดแนวรถไฟฟ้าและโครงการพร้อมอยู่
- ผู้ซื้อต่างชาติยังมีบทบาทสำคัญในบางทำเลและบางเซกเมนต์
โดยรวมแล้ว ตลาดในปี 2569 จึงมีลักษณะเป็นตลาดที่ "แข่งขันด้วยคุณภาพ" มากกว่าปริมาณ ผู้ประกอบการที่สามารถนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ทำเลที่ตั้ง และราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อจริงของตลาด จะเป็นผู้ที่ได้เปรียบในการแข่งขัน



